Affiliate Marketing คืออะไร?
คำว่า Affiliate Marketing นี้ คงยังไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยกันสักเท่าไหร่ เพราะว่าเป็นการตลาด
ในรูปแบบใหม่บนอินเตอร์เน็ท ที่ยังไม่ค่อยมีเว็บไซต์ไหนในประเทศไทยที่ใช้ระบบนี้ เพื่อทำการ
โฆษณาเว็บไซต์เท่าใดนัก
แต่ถ้าหากเป็นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์กันอย่างจริงจัง เช่น
ประเทศสหรัฐอเมริกา นั้น ถ้าเอ่ยถึง Affiliate Marketing ขึ้นมาน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก
ทั้งนี้เพราะเหตุว่า Affiliate Marketing นั้น นับได้ว่าเป็นการทำการตลาดวิธีหนึ่งที่ได้ผลลัพธ์
ที่ยอดเยี่ยมมาก เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป ซึ่งเหมาะสำหรับบริษัทดอทคอม ที่เกิดใหม่
หลายๆแห่งที่ไม่ค่อยมีงบประมาณในการโฆษณาเท่าไหร่นัก
Affiliate Marketing คือ การทำการตลาดผ่านทางผู้แทนโฆษณา โดยทางบริษัทจะจ่ายเงิน
ค่าตอบแทนให้กับผู้แทนโฆษณาก็ต่อเมื่อ ผู้แทนโฆษณาเหล่านั้นได้แนะนำคนเข้ามายังเว็บไซต์
ของบริษัท และคนคนนั้นได้ทำธุรกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทางบริษัทกำหนดไว้ เช่น ซื้อสินค้า
หรือ สมัครสมาชิก เป็นต้น
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ใช้ระบบ Affiliate Marketing
eBay.com ให้ค่าตอบแทนกับผู้แทนโฆษณา $12 ทุกครั้งที่ สามารถแนะนำให้คนมาสมัครสมาชิก
GameFly.com ให้ค่าตอบแทน $12 ทุกครั้งที่ สามารถแนะนำให้คนมาสมัครสมาชิกได้
AbeBooks.com ให้ค่าตอบแทนกับผู้แทนโฆษณา 5% ของยอดขายทั้งหมดที่ผู้แทนโฆษณาทำได้
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทำไม Affiliate Marketing นี้ ถึงเป็นที่ชื่นชอบของเว็บไซต์ต่างๆ นั่นก็เพราะว่า
ทางเว็บไซต์ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเกินกว่าเหตุเลย ทุกครั้งที่เสียค่าโฆษณา ย่อมหมายถึงกำไรที่เข้า
บริษัทในเวลาเดียวกัน
ฟังแล้ว เพื่อนๆอาจจะยังงงๆนะครับ ไม่เป็นไรครับ มาลองดูตัวอย่างกันดีกว่า
สมมติว่า เว็บไซต์ A ขายสินค้าคือ Ipod ซึ่งมีราคาขาย 100 บาท ต่อเครื่อง มีต้นทุนอยู่ที่ 40 บาท
ต่อเครื่อง ถ้าหากทางเว็บไซต์ A กำหนดว่า ถ้าหากผู้แทนโฆษณาแนะนำคนให้เข้ามาซื้อ Ipod
ที่เว็บไซต์ A ได้ ทางเว็บไซต์จะจ่ายค่าตอบแทนให้ 40 บาท ต่อเครื่อง
ดังนั้น ถ้าหากว่า นายบี (ผู้แทนโฆษณา) ได้แนะนำคนเข้าไปซื้อ Ipod ที่เว็บไซต์ A ได้ 1 คน นายบีก็จะได้รับเงินค่าตอบแทน 40 บาท
ในขณะเดียวกัน ทางเว็บไซต์ A ก็จะต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนให้นายบี 40 บาท รวมต้นทุน Ipod 40 บาท ต่อเครื่อง เป็นเงิน 80 บาท ที่ทางเว็บไซต์ A จะต้องจ่ายเพื่อให้เกิดการขาย Ipod 1 เครื่อง
และทางเว็บไซต์ A ได้รับเงินค่า Ipod 100 บาทต่อเครื่อง ทำให้ทุกๆครั้งที่มีคนซื้อ Ipod
ทางเว็บไซต์ A จะได้กำไรอยู่ 20 บาทเสมอๆ
(ขอเพิ่มเติมอีกนิด เพื่อให้เห็นข้อดีกันชัดเจนครับว่า ถ้าหากนายบี แนะนำคนเข้ามาที่เว็บไซต์ A 10 คน
แต่ไม่มีใครซื้อ Ipod เลย ทางเว็บไซต์ A ก็ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาให้นายบีเลยสักบาทเดียวครับ)
ต่างกับการโฆษณาแบบอื่นๆ เช่น การไปเช่าพื้นที่โฆษณา (Banner) หรือ โฆษณาตามสื่อต่างๆ ที่ทาง
เว็บไซต์ A ต้องเสียเงินค่าโฆษณาไปก่อนเสมอ โดยไม่รู้เลยว่า จะมีคนสนใจกี่คน และจะมีคนมาซื้อ
Ipod ที่เว็บไซต์ A กี่คน ทำให้ในปัจจุบันเว็บไซต์ e-Commerce ในต่างประเทศเกือบทั้งหมด
หันมาใช้ระบบ Affiliate Marketing ในการโฆษณาเว็บไซต์กันแล้ว
ผมคิดว่าอีกไม่ช้าไม่นาน เมื่อถึงยุคที่ประเทศไทยเริ่มจะหันมาทำ e-Commerce กันอย่างจริงจัง
ระบบ Affiliate Marketing นี้ คงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการโฆษณาเว็บไซต์ e-Commerce
ทั้งหลาย นอกเหนือจากการไปเช่าพื้นที่โฆษณาตามเว็บไซต์ดังๆต่างๆ ดังเช่นที่ทำกันอยู่มากในปัจจุบัน
-- ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ --